โรคเบาหวานชนิดที่ 1
โรคเบาหวานชนิดที่ 1 หรือโรคเบาหวานในเด็ก เป็นโรคเบาหวานที่ต้องพึ่งอินซูลินตรวจพบประมาณ 5 - 10% ของผู้ป่วยโรคเบาหานทั้งหมด ปัจจัยที่ทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคคือ ภูมิคุ้มกันบกพร่อง, พันธุกรรม, สภาพแวดล้อมของผู้ป่วย สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคคือ ตับอ่อนไม่สามารถสร้างอินซูลินได้เนื่องจากเบต้าเซลล์ (beta cells) ของตับอ่อนถูกทำลายด้วยระบบภูมิคุ้มกัน ของร่างกาย น้ำตาลจึงอยู่ในกระแสเลือด จำเป็นต้องได้รับอินซูลินด้วยการฉีด หรือใช้เครื่องปั๊มอินซูลิน
ลักษณะอาการของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1
พบในผู้มีอายุน้อยกว่า 35 ปี ทั้งชายและหญิง รูปร่างผอม สามารถเกิดโรคแบบเฉียบพลัน เมื่อเกิดโรคจะมีอาการ ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำบ่อย อยากอาหารบ่อย น้หนักลดลงอย่างรวดเร็ว มีอาการอ่อนเพลียหรือเหนื่อยง่าย
โรคแทรกซ้อนที่สำคัญในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1
- ภาวะคีโตซีส (Diabetic acidosis, DKA)
- ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia)
- โรคแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น ตา ไต เส้นประสาท เส้นเลือดที่ขาตีบ เส้นเลือดหัวใจตีบ
- ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia)
- โรคแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น ตา ไต เส้นประสาท เส้นเลือดที่ขาตีบ เส้นเลือดหัวใจตีบ
การดูแลตัวเองของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1
เนื่องจากเบาหวานชนิดที่ 1 เป็นเบาหวานชนิดที่เกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดสูง จึงควรเน้นการลดระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปรกติ โดยตรวจระดับน้ำตาลในเลือดอย่างน้อยวันละ 4 ครั้งเพื่อปรับปริมาณการฉีดอินซูลินให้เหมาะสม (ควรมีเครื่องตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตัวเอง) โดยทั่วไปเมื่อแพทย์วินิจฉัยแล้วว่าเป็นเบาหวานชนิดที่ 1 แพทย์จะแนะนำ ขนาดของยา เมื่อทราบผล น้ำตาลในเลือดว่าเท่าไร และควรปรับยาฉีดอย่างไร
การควบคุมอาหาร สำหรับผู้ป่วยเบาหวานควรวางแผนการรับประทานอาหารให้ มีพลังงานคงที่ในแต่ละมื้อ และห้ามงดอาหารในแต่ละมื้อ โดยแต่ละมื้อควรประกอบด้วย อาหารที่มีไขมันต่ำ โปรตีนปานกลาง และ คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าวและผักชนิดต่างๆ
การออกกำลังกาย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับปริมาณอาหาร ให้เหมาะสมกับการออกกำลังกาย และควรออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อป้องกันการเกิดโรคแทรกซ้อนในระยะสั้นและระยะยาว
0 ความคิดเห็น: